เม็กซิโก ซิตี้กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงที่มีกล้องวงจรปิดมากที่สุดในโลก ตามโครงการเซฟซิตี้ของรัฐบาลเม็กซิโก ซึ่งจะเสร็จสมบูรณ์ภายในสิ้นปีนี้ โดยทุ่มเงินงบประมาณกว่า 14,200 ล้านบาท
โครงการดังกล่าวเริ่มมาตั้งแต่ปี 2553 โดยได้ต้นแบบมาจากลอนดอน, เย รูซาเลม, สิงคโปร์ และชิคาโก โดยขณะนี้ได้มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดทั่วเม็กซิโกซิตี้จำนวน 11,500 ตัว เพิ่มจากกล้องวงจรปิดที่เอกชนมีอยู่เดิม 100,000 ตัว
กล้องวงจร ปิดระบบใหม่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้จับคนร้าย และช่วยประสานความร่วมมือในการแก้ปัญหาภัยธรรมชาติ ขณะนี้ได้มีการสร้างศูนย์กล้องวงจรปิด 5 แห่ง พร้อมบุคลากรประจำ 24 ชั่วโมง เพื่อจับตาดูกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่ทั่วเมือง และตามทางรถไฟใต้ดิน ขณะเดียวกัน ก็เชื่อมต่อเข้าระบบออนไลน์ ทำให้ตำรวจสามารถมาถึงที่เกิดเหตุได้ภายใน 5 ถึง 12 นาที
ขณะ ที่เทคโนโลยีใหม่ก็ทำให้กล้องเหล่านี้ สามารถระบุใบหน้าคน อ่านป้ายทะเบียนรถ และชี้จุดที่มีการยิงปืน รวมถึงมีปุ่มสัญญาณเตือนภัยเพื่อใช้เตือนกรณีที่เกิดภัยธรรมชาติ
ทาง การเผยว่า อัตราการเกิดอาชญากรรมตามทางรถไฟใต้ดิน ในเม็กซิโกซิตี้ ปัจจุบันเหลือเพียง 1.1 รายต่อวัน ลดลงร้อยละ 40 ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่เริ่มโครงการนี้ ทำให้มีแนวโน้มว่า เม็กซิโกซิตี้กำลังจะกลายเป็นเมืองที่ปลอดภัยที่สุดแห่งหนึ่งในโลก อย่างไรก็ตามมีกลุ่มที่ไม่พอใจด้วยเช่นกัน โดยมองว่ากล้องวงจรปิดเหล่านี้เป็นการละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวของประชาชน
